วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

วิธีการคัดเลือกและเตรียมพันธุ์ไม้ดัดไม้แคระ

การคัดเลือกและเตรียมพันธุ์ไม้ดัด
ลักษณะรูปทรงของไม้หุ่น
ต้นไม้ที่นำมาทำเป็นไม้ดัดเราจะเรียกว่า "ไม้หุ่น" ลักษณะการได้มาของไม้หุ่นจะมาจาก 2 แหล่ง คือ 1. ได้จากต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในป่าตามธรรมชาติ ซึ่งอาจจะออกไปหาขุดเองหรือหาซื้อจากผู้ที่ขุดมาขาย 2. ปลูกเลี้ยงขึ้นมาเอง ไม่ว่าจะหาไม้มาได้ในลักษณะใดก็ตาม การดัดตกแต่งจะยุ่งยากหรือจะต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหน ก็จะขึ้นอยู่กับรูปทรงของไม้หุ่นเป็นสำคัญโดยทั่ว ๆ ไปนักเลงไม้ดัดจำแนกรูปทรงไม้หุ่นไว้ 3 แบบ ด้วยกัน คือ 1. ไม้บรรจบป่า 2. ไม้บรรจบหุ่น 3. ไม้วิชา ไม้บรรจบป่า จะเป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ รูปทรงกิ่งก้านคดเคี้ยวไปมา เนื่องจากถูกสัตว์เหยียบย่ำหรือเป็นต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ใต้พุ่มไม้ใหญ่ชนิดอื่น ๆ ทรงพุ่ม แลดูแคระแกร็นลักษณะทรงต้นดีเข้าที่เกือบใช้ได้แล้วอาจขาดเพียง 2-3 กิ่งเท่านั้นไม้ลักษณะนี้จึงเหมาะสมต่อการนำมาดัดให้ได้รูปทรง เพียงเพิ่มกิ่ง เพิ่มช่อใบ เว้นช่องไฟของช่อใบให้รับหุ่นหรือทรงต้น ก็จะทำให้เป็นไม้ดัดที่ดูงานได้ โดยใช้เวลาอีกไม่มากนัก การเลือกไม้ลักษณะนี้มาทำเป็นไม้ดัด อาจใช้เวลาเพียง 2-3 ปี ก็เสร็จสมบูรณ์ ไม้บรรจบหุ่น เป็นไม้ที่มีลักษณะรูปทรงหุ่นใกล้เคียงกับรูปแบบไม้ดัดที่จะทำ เพียงนำมาทำการดัดแต่งอีกเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เริ่มทำกิ่งช่อต่อไปได้ไม้บรรจบหุ่นนี้เหมาะสำหรับนำมาดัดแต่งทำเป็นไม้ดัด ลักษณะไม้ตลก ไม้ขบวน ไม้เอนชายและไม้ญี่ปุ่นเท่านั้น การเลือกไม้ลักษณะนี้มาทำเป็นไม้ดัด จะต้องใช้เวลานานอาจจะถึง 9 ปี จึงจะเสร็จสมบูรณ์ ไม้วิชา เป็นไม้ที่มีลักษณะทรงต้นเพียงท่อนเดียว จะนำมาทำเป็นรูปร่างอย่างไรไม่ได้เลย เป็นไม้หุ่นที่นำมาทำไม้ดัดยากที่สุด จะต้องนำมาเลี้ยงให้ต้นแตกกิ่งกระโดงใหม่แล้วจึงจะทำการปิดกระหม่อมหุ่น (การปิดกระหม่อม หมายถึง การที่ดัดกิ่งที่แตกใหม่มาทับรอยตัดของต้นต่อเดิม) เมื่อกิ่งกระโดงได้ขนาดและเชื่อมกับต้นตอได้ดีแล้ว ก็จะใช้กิ่งกระโดงนั้นเป็นหุ่นทำกิ่งช่อต่อไป ผู้ดัดจะต้องใช้ฝีมือ และมีความวิริยะอุตสาหะเป็นเลิศ จึงจะทำได้สำเร็จ การใช้ไม้ชนิดนี้มาทำไม้หุ่นต้องใช้เวลามากกว่าจะได้ไม้ดัดที่เสร็จสมบูรณ์อาจจะถึง 15-18 ปีก็ได้ ปีก็ได้ ไม้วิชานี้ถือว่าเป็นไม้ที่ใช้ทดสอบฝีมือผู้ดัดได้เป็นอย่างดี
การเตรียมพันธุ์ไม้ดัด
ในอดีตที่ผ่านมา ผู้ที่จะเลี้ยงไม้ดัดจะต้องไปเสาะหาไม้หุ่นจากป่าธรรมชาติซึ่งมีอยู่มากมาย การขุดก็ต้องค่อย ๆ ขุดล้อมโคนต้นให้มีดินติดมา ตัดกิ่งและรากที่ยาวเกินไปออก ใช้กระสอบหรือวัตถุอื่นปิดคลุมส่วนดินและรากเอาไว้ ในขณะที่เคลื่อนย้าย จะต้องระมัดระวังอย่าให้กระเทือนมาก นำมาปลูกและใช้หลักปักยึดไว้ให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นเอียงหรือล้มจะต้องปลูกทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง รอจนต้นไม้ฟื้นตัว และแตกกิ่งก้านใหม่จึงจะค่อยเริ่มลงมือดัดตกแต่งตามต้องการ ในปัจจุบันมีผู้ปลูกเลี้ยงไม้ดัดกันมากขึ้น จึงเกิดมีอาชีพขุดต้นตอขาย ผู้ที่อยู่ใกล้แหล่งธรรมชาติที่มีต้นตอขึ้นอยู่แล้วมากมาย จะเลือกขุดและนำมาพักเลี้ยงให้ฟื้นตัวดี เมื่อเริ่มแตกกิ่งก้านใหม่ จึงนำออกมาขายให้กับผู้ที่ต้องการปลูกเลี้ยงต่อไป ในอนาคต คงจะต้องใช้วิธีปลูกเลี้ยงพันธุ์ไม้ขึ้นมาเอง เพราะพันธุ์ไม้ที่มีอยู่ตามธรรมชาตินับวันก็จะหายากและขาดแคลนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ความหมายและความสำคัญของไม้ดัดไม้แคระ

มรดกทางศิลปที่เก่าแก่อย่างหนึ่งของไทย ที่ปัจจุบันหาดูได้ค่อนข้างยาก และหาผู้สืบทอดได้ยากอีกด้วยก็คือ การเลี้ยงไม้ดัดแบบไทย ซึ่งเป็นงานอดิเรกของคนไทยมาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ดังที่ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งผู้เขียนได้เคยยกมากล่าวไว้ในบทที่ 1 แล้ว ประมาณกันว่า"ขุนแผน" ตัวเอกในเรื่องนี้ มีตัวตนจริงๆ อยู่ในสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ระหว่างปีพุทธศักราช 2034 ถึง 2072 หรือจุลศักราช 840 ถึง 891 ซึ่งก็หมายความว่าคนไทยเล่นไม้ดัดเป็นงานอดิเรกกันมานานกว่า 500 ปีแล้ว
แต่ว่า ก่อนที่จะคุยกันเรื่องไม้ดัดแบบไทยกันต่อไป ขอทำความเข้าใจเสียก่อนว่า ไม้ดัดแบบไทยนั้น มีความแตกต่างไปจากไม้แคระตามศิลป"บุ่งไช่"ของจีน และ"บอนไซ"ของญี่ปุ่น อย่างที่เรียกว่าไปกันคนละเรื่อง ประการสำคัญก็คือ ไม้ดัดไทยไม่ใช่ไม้แคระ เพราะฉนั้นการเล่นไม้ดัดกับการเล่นบอนไซนั้นจะไม่เหมือนกัน ข้อแรก ไม้แคระหรือบอนไซนั้น เท่าที่เคยเห็นมา ความสูงอย่างมากที่สุดก็อยู่ประมาณไม่เกินเมตรครึ่ง หรือประมาณ 150 เซ็นติเมตร แล้วเล็กลงไปจนถึงขั้นบอนไซจิ๋ว ซึ่งสูงไม่ถึง 10 เซ็นติเมตร แต่ไม้ดัดของไทยนั้น ขนาดเล็กที่สุดก็ปาเข้าไปร่วมเมตรแล้ว สำหรับที่สูงจริงๆ นั้น ถ้าจะลองไปดูแถวๆ ในพระบรมมหาราชวัง แถวพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ก็ไม่หนี 3-4 เมตรข้อที่สอง รูปแบบของการดัดกิ่งและการตกแต่งกิ่งก้านแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รูปแบบของบอนไซนั้น เป็นการคงเอาลักษณะและรูปทรงเดิมๆ ของต้นไม้ที่มีอยู่ในธรรมชาติ มาย่อส่วนให้เล็กลงเป็นไม้แคระ แต่รูปแบบของกระบวนไม้ดัดไทยนั้น ไม่คงลักษณะเดิมตามธรรมชาติของต้นไม้ไว้เลย รูปร่างหน้าตาของไม้ดัดไทยแต่ละแบบนับได้ว่ามีความพิลึกพิสดารอย่างยิ่ง ต้องใช้เวลานับเป็นสิบปีกว่าจะ"จบ"ได้ บางทีจนเจ้าของไม้ตายไปแล้วไม้ยังจบไม่ลงก็มี นับเป็นงานอดิเรกที่ต้องใช้ความอุตสาหะ วิริยะ มานะ อดทน ใจเย็น โดยครบถ้วนกระบวนความ ดังนั้นไม้ดัดไทยจึงทรงคุณค่าอยู่ในตัวของมันเองและมีค่าเสมือนวัตถุโบราณอย่างหนึ่งทีเดียว

แหล่งที่พบ

แหล่งที่พบ ตัวอย่างไม้ดัดไทยที่สมบูรณ์ และสวยงามเข้าหลักเกณฑ์ตามตำราไม้ดัดไทย หาชมได้ที่ พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดจักรวรรดิ์หรือวัดสามปลื้ม สวนหน้ากระทรวงกลาโหม สวนที่พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
ความสัมพันธ์กับชุมชน ไม้ดัดเป็นศิลปะประจำชนชาติไทยมาแต่โบราณกาล ซึ่งเริ่มมีการเล่นกันมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ มาจนถึงรัชกาลพระเจ้าปราสาททอง ในสมัยนั้นยังไม่แพร่หลาย ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การเล่นไม้ดัดเป็นที่นิยมกันมากทั้งพระสงฆ์ พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนพระเจ้าแผ่นดินซึ่งในสมัยรัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดฯ ให้ปลูกไม้ดัดไว้ในพระบรมมหาราชวังซึ่งเห็นอยู่รอบสนามหญ้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ต่อมาก็มีหลักฐานปรากฏในภาพเขียนวรรณคดีไทย เช่น กลอนเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างดังนี้ "กระถางแถวแก้วเกดพิกุลแกม ยี่สุ่นแซมมะสังดัดดูไสว สมอรัดดัดทรงสมละไม ตะขบข่อยตั้งไว้จังหวะกัน"
ความสำคัญทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบันการเล่นไม้ดัดมิใช่เพื่อศิลปะจรรโลงใจ แต่เน้นทางด้านธุรกิจ เนื่องจากไม้ดัดกลายเป็นไม้ที่ได้รับความนิยมและมีราคาสูง จึงมีผู้เล่นไม้ดัด ทำการดัดไม้พอสวย ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ก็นำออกขาย ราคาของไม้ดัดที่สวยงามและสมบูรณ์ ก็มีราคาถึงหลายหมื่นบาท ซึ่งบรรดาเศรษฐีและชาวต่างชาติซื้อไปปลูกประดับไว้ในบ้านหรือในสวนของตน

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

บอนไซทูเดย์4


สมาชิกท่านใดมีความประสงค์ จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคนิค กลเม็ดเคล็ดลับ ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการเพาะเลี้ยงบอนไซ เชิญที่ห้องไอเดียดีๆจากสมาชิก โดยไม่ต้องใช้รหัส signin 12 สิงหาคม 2549 ทีมงานได้เปิดห้องใหม่ เป็นห้องซื้อขาย-แลกเปลี่ยนขึ้น เพื่อให้สมาชิกได้ประกาศแลกเปลี่ยนหรือซื้อขาย บอนไซและอุปกรณ์กันตามอัธยาศัย เป็นการติดต่อกันโดยตรงไม่ต้องผ่านทีมงานหรือคนกลางใดๆทั้งสิ้นหากท่านมีข้อสงสัย ต้องการสอบถาม หรือฝากเรื่องเจ้าบ้าน ขอเชิญที่ห้อง u ถาม-i ตอบ ทางเจ้าบ้านและทีมงานยินดีตอบข้อสงสัยและน้อมรับข้อเสนอแนะของทุกท่าน ด้วยความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

บอนไซทูเดย์3


บอนไซทูเดย์ ขอเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมเป็นเจ้าของ ร่วมสร้างสรรค์เว็บบอร์ดการเพาะเลี้ยงบอนไซนี้ ด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคนิค แนวคิด และข้อคิดเห็นในบอร์ดนี้ เพื่อร่วมกันเผยแพร่และจรรโลงวงการเพาะเลี้ยงบอนไซของไทยให้กว้างขวางและพัฒนาสืบไป

บอนไซทูเดย์2


บอนไซทูเดย์ ขอเชิญชวนทุกท่านได้ร่วมเป็นเจ้าของ ร่วมสร้างสรรค์เว็บบอร์ดการเพาะเลี้ยงบอนไซนี้ ด้วยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคนิค แนวคิด และข้อคิดเห็นในบอร์ดนี้ เพื่อร่วมกันเผยแพร่และจรรโลงวงการเพาะเลี้ยงบอนไซของไทยให้กว้างขวางและพัฒนาสืบไป